วิธีการดูว่า เว็บไหนเชื่อถือได้ เว็บไหนไม่ควรคลิกเข้าไปดู

4957
แบ่งปัน

วิธีการดูว่า เว็บไหนเชื่อถือได้ เว็บไหนเป็นของจริง เว็บไหนเป็นเว็บปลอมนั้น ดูได้ง่ายมากๆ ครับ ไม่ยุ่งยาก เหมือนกับการดูเพจ Facebook ปลอม ที่ดูยากมากๆ ว่าเพจไหนจริง เพจไหนปลอม และนี่คือเหตุผลที่ว่า ถ้าคุณคิดจะทำธุรกิจออนไลน์ และต้องการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับลูกค้า ก็จำเป็นที่จะต้องมี เว็บไซต์ ของคุณเองเป็นหลักเอาไว้ก่อน ก่อนอื่นเลย ผมขอแนะนำวิธีการดู ความน่าเชื่อถือ ของเว็บไซต์ก่อน แล้วค่อยแนะนำวิธีการดูเว็บปลอมอีกทีนะครับ ค่อยๆ ไปทีละขั้นตอน ไม่อยากให้ทุกท่านงงครับ

วิธีดูว่า เว็บไหนเชื่อถือได้ สามารถวางใจซื้อสินค้าจากเว็บนั้นๆ ได้

  1. โดเมนของเว็บนั้น ต้องจดในนามบริษัท หรือ นิติบุคคลเท่านั้น นั่นคือ จะต้องมีนามสกุลว่า .co.th (commercial in Thailand) หรือ .in.th (น่าเชื่อถือน้อยลงมานิดนึง เพราะเป็น individual in Thailand หรือเว็บของบุคคลทั่วไป ที่เอาหลักฐานเช่นบัตรประชาชนมาจดโดเมน) เพราะอะไร? เพราะว่า การที่เว็บๆ หนึ่ง จะจดโดเมนนามสกุล .co.th ได้นั้น จำเป็นจะต้องมีการจดทะเบียนการค้า เปิดบริษัท กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์อย่างเป็นทางการเสียก่อน แล้วจึงนำหลักฐานการจดทะเบียนบริษัท ไปขอจดโดเมนนามสกุล .co.th ได้อีกทีนึง แปลว่า เว็บที่มีนามสกุล .co.th มีความน่าเชื่อถือที่สุด ยกตัวอย่างเช่น apptep.co.th เว็บที่มีนามสกุลเหล่านี้ เชื่อถือได้ครับ เพราะยืนยันได้ว่า มีตัวตนอยู่จริง เป็นบริษัทจริงๆ ซึ่งถ้าหากมีการโกง หรือมีการทุจริตใดๆ เราสามารถแจ้งความดำเนินคดี เอาผิดได้
  2. เว็บที่เป็น .com ไม่สามารถเชื่อถือได้ สำหรับทำธุรกรรมการเงิน เช่น ซื้อสินค้าออนไลน์ นะครับ คือการใส่เลขบัตรเครดิตลงในเว็บที่นามสกุล .com นั้น ไม่สมควรทำเป็นอย่างยิ่ง เพราะนามสกุล .com ใครก็สามารถจดได้ครับ ถ้าจะซื้อสินค้าออนไลน์ ที่ต้องกรอกเลขบัตรเครดิต ต้องทำในเว็บที่เป็น .co.th เท่านั้นส่วนเว็บที่นามสกุล .com ก็เอาไว้อ่านข้อมูล หรือหาความรู้เฉยๆ ก็พอครับ
เรื่องเด็ดห้ามพลาด  วิธีการเลือกว่าจะจ้าง บริษัททำเว็บ แบบไหนถึงดีที่สุด

วิธีการดูว่า เว็บไหนจริง เว็บไหนปลอม

การดูว่า เว็บไหนจริง หรือเว็บไหนปลอมนั้น ทำได้ง่ายมากๆ ครับ เพราะชื่อโดเมนของเว็บไซต์นั้น ไม่สามารถซ้ำกันได้ครับ ไม่เหมือนกับ Facebook ที่สามารถตั้งชื่อเพจ ให้เป็นชื่อเดียวกันได้ จึงมีปัญหาเพจปลอมผุดขึ้นมาเต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็นเพจปลอมของ คุณตัน หรือของ ปอ ทฤษฎี และแม้แต่ช่อง 3 เอง ก็ยังโดนทำเพจ Facebook ปลอมเช่นกัน แต่สำหรับเว็บไซต์นั้น ยากครับ วิธีการดูก็ไม่ยากครับ ให้ดู 2 ที่ครับ คือ

  1. ชื่อโดเมน ไม่ว่ายังไงก็ตาม ไม่มีทางที่จะมี เว็บ 2 เว็บ ที่มีชื่อโดเมน และนามสกุลเหมือนกันได้ ดังนั้นต้องสังเกตให้ดี ว่าเว็บที่ถูกต้องนั้น สะกดชื่อโดเมนว่าอะไร และใช้นามสกุลอะไร ต้องระวังการสะกดผิด หรือการเติมอักขระพิเศษด้วยเช่น เว็บจริงคือ goodmorning.com แต่เว็บปลอมอาจจะมี good-morning.com หรือ goodmornings.com ซึ่งถ้าเราไม่สังเกต ก็อาจจะเข้าใจผิด คลิกเข้าไปผิดเว็บได้เช่นกัน
  2. นามสกุลของโดเมน แม้จะปลอมชื่อเหมือนกันได้ แต่รับรองว่า นามสกุลจะต้องไม่เหมือนกันอย่างแน่นอน เช่น เว็บจริงคือ goodmorning.co.th เว็บปลอมอาจเลียนแบบตั้งชื่อตาม แต่ใช้นามสกุลอื่น เช่น goodmorning.net
เรื่องเด็ดห้ามพลาด  เราคือผู้เชี่ยวชาญ การทำเว็บไซต์ด้วย Wordpress

ความรู้เหล่านี้ ไม่ใช่แค่นำมาใช้ในการดูว่า เว็บไหนเชื่อถือได้ เว็บไหนเชื่อถือไม่ได้ กับเรื่องของการ ซื้อสินค้าออนไลน์ (Shopping Online) เท่านั้นนะครับ แต่ยังสามารถเอาไปใช้ในการดูเว็บ สำหรับทำธุรกรรมการเงินออนไลน์ อย่างระบบ Online Banking ก็ได้เช่นกันครับ อย่างเว็บของธนาคารกสิกรไทย ที่ตกเป็นเป้าหมายของพวกมิจฉาชีพในการทำเว็บปลอมขึ้นมา เพื่อหลอกให้ผู้ใช้งานเข้าใจผิด คิดว่าเป็นเว็บของธนาคารจริง แล้วก็ขโมยรหัสผ่านการเข้าใช้งาน ไปขโมยเงิน คนส่วนใหญ่ที่ตกเป็นเหยื่อ ก็มาจากการไม่รู้เรื่องของการดูชื่อเว็บ และนามสกุลของเว็บนี่แหละครับ

ย้ำอีกครั้งว่า ถ้าคุณต้องการที่จะซื้อสินค้าออนไลน์ หรือติดต่อจ้างงาน หรือทำธุรกรรมการเงิน ทางออนไลน์ใดๆ ต้องทำกับเว็บที่มีนามสกุล .co.th เท่านั้น เพื่อความปลอดภัยของคุณเอง และเมื่อนามสกุล ต้องเป็น .co.th แล้ว ชื่อเว็บ ต้องสะกดให้ถูกด้วยนะครับ ยังไงๆ เว็บปลอม ก็ไม่มีทางใช้ชื่อโดเมนอันเดียวกับบริษัทที่จดโดเมนอย่างถูกต้องได้อยู่แล้ว

สำหรับเว็บที่คุณไม่ควรคลิกเข้าไปดู ในปัจจุบัน ก็ได้แก่ เว็บที่มีการนำโพสต์ที่อ่านแล้วชวนคลิก ประเภทข่าวพาดหัวแล้วต้องกดเข้าไปอ่าน พวกนี้เรียกว่า Clickbait คือเหยื่อให้คลิก ส่วนใหญ่ เว็บพวกนี้ จะมีนามสกุล .blogspot.com ซึ่งผมจะมาอธิบายต่อในบทความต่อๆ ไป อย่างละเอียด เกี่ยวกับ บริการเว็บฟรีจาก Blogger ซึ่งเว็บที่นามสกุล .blogspot.com พวกนี้ เปิดเว็บง่าย ปิดเว็บก็ง่าย แต่หาตัวเจ้าของยาก จึงขาดความน่าเชื่อถือที่สุด ยิ่งไปกว่านั้น ในเว็บเหล่านี้ ยังฝังโค้ดประเภท Javascript ซึ่งสามารถรันตัวมันเองได้ทันที แค่มีคนเข้าไปเปิดดูในเว็บ ก็อาจจะติดมัลแวร์ที่เครื่องของคุณได้แล้ว ไม่ว่าจะเป็น คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ โน๊ตบุ๊ค หรือแม้แต่ สมาร์ทโฟน หรือ แท็บเล็ต ก็ไม่รอดครับ มีสิทธิ์ติดมัลแวร์ได้หมด โปรดติดตามครับ ผมจะมาอธิบายในเรื่องของ การท่องเว็บอย่างปลอดภัย อีกทีในบทความต่อๆ ไปครับ แต่ ณ ตอนนี้ ถ้าไม่อยากติดมัลแวร์ อย่ากดเข้าไปดูเว็บที่ลงท้ายด้วย .blogspot.com เป็นอันขาดนะครับ ส่วนใหญ่เป็นเว็บขยะทั้งนั้นแหละครับ

แบ่งปัน
บทความก่อนหน้านี้เว็บ E-Commerce คืออะไร
บทความถัดไปรายได้แบบ passive income มีจริงหรือเปล่า
คุณหนึ่ง Founder & CEO ของ บริษัท แอพเทพ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านไอที โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทางด้านการทำ Internet Marketing สำหรับธุรกิจออนไลน์ จบการศึกษาสาขา Computer Programming โดยตรงจากประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อปี 2007 และทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์ โดยเน้นงานด้าน Computer Security เป็นหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Penetration Testing ต่อมาได้เริ่มงานใหม่โดยการเป็น Web Developer ที่เน้นการทำ SEO และ Digital Marketing ที่ช่วยเพิ่มยอดขาย และเพิ่มจำนวนคนเข้าเว็บไซต์มากขึ้น จนได้เปิดบริษัท แอพเทพ (ประเทศไทย) จำกัด ขึ้นเพื่อรับทำเว็บไซต์ สอนทำเว็บไซต์ และให้คำปรึกษาในการทำการตลาดออนไลน์ ให้กับบุคคลทั่วไป ร้านค้า บริษัท หน่วยงานของภาครัฐและเอกชน